ขั้นตอนในการรับเงินเกษตรกร และวิธีเช็คสิทธิ์เกษตรกรผ่านทางออนไลน์ที่สะดวกที่สุด

อัพเดทล่าสุด เงินเกษตรกร เตรียมเช็คข้อมูลรับเงินเยียวยา ประจำปี 2565

ข่าวดีสำหรับคนทำอาชีพเกษตรกร ล่าสุดมติครม. อนุมัติเรียบร้อยแล้วสำหรับ เงินเกษตรกร รอบล่าสุดประจำปี 2565 โดยเงินจำนวนนี้จะเป็นเงินงบประมาณเพื่อช่วยเหลือและเยียวยาเกษตรกรผู้ประกอบอาชีพทำนา รวมถึงเงินประกันรายได้ข้าว และยังมีส่วนของการประกันรายได้ผู้ทำไร่มันสำปะหลังกับข้าวโพดด้วยเช่นกัน รวมทั้งหมดเป็นวงเงินเงินเยียวยารอบใหม่กว่า 2.2 หมื่นล้านบาท จะมีรายละเอียดเงื่อนไขและขั้นตอนอย่างไรบ้าง ไปติดตามกันเลย

เช็คความพร้อมในการรับเงินเกษตรกร  สำหรับผู้ประกอบอาชีพทำนา

ชาวนาทั่วประเทศเตรียมพร้อมรับเงินเกษตรกร  จากรัฐบาลซึ่งมีนโยบายมอบเงินเยียวยาเกษตรกร ภายใต้ เงื่อนไขหลักๆ นั่นคือ เยียวยาโดยมอบให้เป็นเงินไร่ละ 1,000 บาท ให้กับชาวนาประมาณ 4.68 ล้านคน สิ่งสำคัญคือจะต้องทำนาและปลูกข้าวในช่วงระหว่างเดือนเมษายน-เดือนตุลาคม 2654 ยกเว้นจังหวัดในภาคใต้ ซึ่งกำหนดระยะเวลาไว้ที่ ระหว่างเดือนมิถุนายน 64- กุมภาพันธ์ 65 

ทั้งนี้การจ่าย เงินเกษตรกร มีข้อจำกัดอีกอย่างคือจ่ายเป็นรายครอบครัวไม่ใช่รายบุคคล แต่ละครอบครัวจะได้รับ เงินช่วยเหลือเกษตรกร ไม่เกิน 20 ไร่ ต่อ 1 ครอบครัว หรือคิดเป็นเงินแล้วจะได้ไม่เกินครอบครัวละ 20,000 บาท นั่นเอง

อย่างไรก็ตาม ความช่วยเหลือและแนวทางเยียวยาเกษตรกรก็ยังมีมาตรการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกันอีกนั่นคือเงินประกันรายได้ข้าว แยกตามประเภทของข้าวและจำนวนเงินชดเชยก็จะแตกต่างกันไปตามน้ำหนัก เช่น ข้าวเปลือกหอมมะลิ จะชดเชยให้เป็นมูลค่า 15,000 บาท ต่อ 1 ตัน จำกัดไม่เกิน 14 ตัน ต่อ 1 ครอบครัว, ข้าวเปลือกเหนียว ก็จะทำการชดเชยเป็นมูลค่า 12,000 บาท ต่อ 1 ตัน จำกัดไม่เกิน 16 ตัน ต่อ 1 ครอบครัว

ใครที่มีอาชีพทำนาและมีคุณสมบัติที่จะได้รับเงินเกษตรกร สามารถเข้าไป เช็คสิทธิ์เกษตรกร ได้ที่ chongkho.inbaac.com ซึ่งจะมีช่องให้กรอกข้อมูลเลขบัตรประชาชนจากนั้นก็ทำตามขั้นตอนและตรวจสอบสถานะต่างๆ ได้ที่เว็บไซต์นี้

ตรวจสอบข้อมูลเงินเกษตรกร สำหรับผู้ปลูกมันสำปะหลังและข้าวโพด 

ไม่เพียงแต่ชาวนาเท่านั้นที่จะได้รับ เงินเยียวยาเกษตรกร ใครที่ทำอาชีพปลูกมันสำปะหลังและข้าวโพด ก็มีสิทธิ์ที่จะได้รับ เงินเกษตรกร ด้วยเช่นกัน 

เงื่อนไขหลักๆ ของการเยียวยาเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังคือ ทางรัฐบาลจะออกนโยบายรับประกันราคาซื้อหัวมันสำปะหลังสดที่มีเชื้อแป้ง 25% จากเกษตรกร โดยใน 1 ครอบครัวจะรับประกันการซื้อเป็นจำนวนไม่เกิน 100 ตัน และให้ราคาที่กิโลกรัมละ 2.50 บาท คุณสมบัติสำคัญอีกอย่างคือต้องเป็นเกษตรกรที่ทำการขึ้นทะเบียนปลูกมันสำปะหลังไว้กับกรมส่งเสริมการเกษตรอย่างเป็นทางการ ในช่วงระหว่างเดือนตุลาคม 63 จนถึงเดือนมีนาคม 65 

ส่วนเงื่อนไขหลักๆ ของการเยียวยาเกษตรกร และชดเชยเงินเกษตรกร ให้กับผู้ทำไร่ข้าวโพดก็คือ ต้องเป็นผลผลิตเมล็ดข้าวโพดประเภทที่นำไปใช้เลี้ยงสัตว์ ซึ่งมีความชื้นในเมล็ดไม่เกิน 14.5%  ทางรัฐบาลจะประกันราคารับซื้ออยู่ที่ กิโลกรัมละ 9.78 บาท ซึ่งผู้เพาะปลูกต้องขึ้นทะเบียนตั้งแต่ เดือนมิถุนายน 63 และต้องทำการเก็บเกี่ยวได้ตั้งแต่เดือนกันยายน 64 

และข้อมูลข้างต้นนั่นก็คือเงื่อนไข และขั้นตอน ที่ชาวนา ชาวไร่ จำเป็นต้องทราบหากต้องการรับการเยียวยา เงินเกษตรกร ใครหรือครอบครัวไหนประกอบอาชีพเกษตรกรทั้ง 3 ประเภทดังกล่าว อย่าลืมเช็คสิทธิ์เกษตร อย่างสม่ำเสมอเพื่อไม่ให้พลาดการได้รับผลประโยชน์การ เยียวยาเกษตรกรที่ควรได้รับโดยที่ไม่จำเป็นต้องไปสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลอาชีพอิสระ นอกจากนี้ยังมีโครงการเพื่อเป็นทางเลือกอื่นๆ ถ้าไม่มีคุณสมบัติที่จะได้รับเงินเกษตรกร อีกด้วย เช่น โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปีและโครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก เป็นต้น